ชุมชนอยู่รอดได้ด้วยน้ำใจ

Yahoo! รู้รอบเดินทางมา 2 ปีกว่าๆ แล้ว ในแต่ละวันก็จะมีสมาชิกใหม่เดินเข้ามาสมทบกับเรามากขึ้นเรื่อยๆ เราเลยกลายเป็นชุมชนของคำถามและคำตอบที่มีคนเชื่อถือมากขึ้น แต่ด้วยการที่มีสมาชิกใหม่เข้ามาเยอะ แล้วไม่ใช่ว่าทุกคนจะอ่านข้อควรปฎิบัติในชุมชน Yahoo! รู้รอบหมด เราก็รู้ดีครับว่าส่วนใหญ่เข้ามาก็ใช้งานกันเลย แต่ตรงนี้ก็ต้องขอย้ำกันไว้เลยว่า “ข้อควรปฎิบัติในชุมชน” ของเรา มีผลบังคับใช้จริงๆ เราไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อให้มีไว้เท่านั้น

วันนี้เลยต้องเข้ามาอธิบายเกี่ยวกับข้อควรปฎิบัติเพิ่มเติมว่าอะไรที่ควรทำ อะไรไม่ควรทำใน Yahoo! รู้รอบ เพราะใน Yahoo! รู้รอบ เรามีจุดมุ่งหมายชัดเจนคือ เป็นส่วนเล็กๆ ของสังคมแห่งความรู้ของไทย เราต้องการให้คำถามและคำตอบมีคุณภาพ บางคนอาจจะถามว่า อ้าวอะไรกัน มันต่างจากเว็บบอร์ดทั่วไปอย่างไร ก็แค่เข้ามาโพสต์ถามตอบ มันต่างกับเว็บบอร์ดทั่วไปอย่างไร ทำไมต้องแคร์?

Yahoo! รู้รอบ เป็นสถานที่ซึ่งผู้คนมีการตั้งถามและตอบคำถามเพื่อแบ่งปันความรู้ึครับ เราแตกต่างจากห้องแชต เพราะว่า Yahoo! รู้รอบ ไม่ใช่สถานที่ที่ผู้คนเข้ามาสอบถามความเป็นอยู่ หรือ “พูดคุย” แก้เบื่อ คลิก ที่นี่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการละเมิด “การคุยกัน”

เราไม่เหมือนกับกระดานข้อความหรือเว็บบอร์ด ซึ่งข้อความจะสามารถอยู่ต่อไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ได้รับคำตอบ แต่คำถามของ Yahoo! รู้รอบ จะได้รับการตอบเมื่อมีการเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเรียบร้อยแล้ว หลังจากคำถามได้รับคำตอบแล้ว สมาชิกในระดับ 2 สามารถให้คะแนน คำตอบที่ดีที่สุด และทุกคนในชุมชนสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันต่อไปได้

พูดง่ายๆ ก็คือคำถามตั้งมาแล้ว ก็ควรเป็นคำถามที่สามารถหาคำตอบที่ดีที่สุดได้ เจ้าของคำตอบต้องเลือกคำตอบที่คิดว่าแก้ปัญหา หรือตอบโจทย์ของเราได้ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าตั้งขึ้นมาว่า “วันนี้กินอะไรกันบ้าง?” “เพื่อนๆ รู้รอบชอบไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง? วานบอก” คำตอบที่จะได้ออกมาก็คือแต่ละคนจะมีรสนิยมแตกต่างกัน ชอบกินชอบเที่ยวไม่เหมือนกัน เราก็จะหาคำตอบที่ดีที่สุดไม่ได้ คำถามแบบนี้เรียกว่าเป็นคำถามแบบสำรวจความเห็น ซึ่งคำตอบที่ออกมามักจะมีรายละเอียดไม่มากนัก

วันนี้ผมขอแชร์วิธีการถาม-ตอบแบบคุณภาพกันนะครับ ประโยชน์ที่คุณจะได้ก็คือถ้าถามดีแล้ว คำตอบที่เข้ามาก็จะดีขึ้นด้วย ซึ่งไม่มีอะไรยากเลย นั่นคือ เวลาเราต้องการถามในลักษณะสำรวจความเห็น คุณควรระบุเฉพาะเจาะจงลงไปในคำถามให้ชัดด้วยประมาณนี้ครับ

“วันนี้กินอะไรกันบ้าง” ให้เปลี่ยนเป็น–> “อาหารไทยแบบไหนที่คุณจะเลือกกินเวลาไปเที่ยวกันหลายๆ คน เพราะอะไร?” หรือ “วันนี้เป็นวันพิเศษของครอบครัวจะพาที่บ้านไปกินอะไรที่ไหนดี? ใครไปกินที่ไหนแล้วอร่อยช่วยแนะนำหน่อยค่ะ” แบบนี้จะเหมาะสมกว่า

“เพื่อนๆ รู้รอบชอบไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง? วานบอก” ให้เปลี่ยนเป็น –> “สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทยที่น่าไปเที่ยวในช่วงนี้คือที่ไหนบ้าง เพราะเหตุใด?”

ต้องรบกวนสมาชิกทุกท่านทำตามนี้ด้วยนะครับ ชุมชนของเราจะอยู่รอดก็ด้วยคุณภาพของมันเอง ถ้าเราถามดี คำตอบก็ออกมาดี เราอยู่รอดได้ด้วยน้ำใจของคุณทุกคนครับ นอกจากนี้ ผมอยากให้สมาชิกใหม่ทุกท่าน ช่วยกันอ่านบทความที่ผมเคยเขียนไว้ที่นี่ด้วยนะครับ เป็นเรื่องสูตรการตั้งคำถามใน Yahoo! รู้รอบ ส่งต่อให้เพื่อนๆ อ่านก็ยิ่งดีครับ

ขอบคุณมากครับ :)

ดีไซน์ใหม่ของ Yahoo! รู้รอบ + ซ่อม “โอ๊ะโอ” แล้ว

สวัสดีครับสมาชิก yahoo! รู้รอบทุกท่าน

จากนี้อีกไม่นาน ถ้าหากว่าเปิดหน้าเว็บเข้ามาที่ Yahoo! รู้รอบ คุณจะเจอหน้าตาเว็บที่เปลี่ยนไป ใช่แล้ว…ผมกับทีมงานเพิ่งแก้ไขหน้าตาเว็บใหม่เสร็จกันสดๆ ร้อนๆ และกำลังจะเปิดให้เราทุกคนเห็นเร็วๆ นี้ ตอนนี้บางคนอาจจะยังไม่เห็นนะครับ แต่ไม่เป็นไร อีกแป๊บเดียวได้เห็นแน่นอนครับ

ทีมงานได้ปรับเปลี่ยนลูกเล่นบางสิ่งบางอย่างบนโฮมเพจ เช่นทำให้ส่วน navigation (แท็บด้านบน) ใช้ง่ายขึ้น เอาเมาส์ roll over ตรงนั้นก็ดูเมนูย่อยได้เลย

หน้าตาใหม่ของหน้าหลัก Yahoo! รู้รอบ

1- Navigation ใหม่
ถ้ามองข้างบนจะเห็นว่ามันมี 4 แท็บนะครับ หน้าหลัก, เบราซ์หมวดหมู่, กิจกรรมของฉัน, เกี่ยวกับ ตรงแท็บแต่ละอันจะปรากฏอยู่ทุกๆ หน้าไป ไม่ว่าจะเปิดไปหน้าไหนก็จะอยู่ข้างบนให้ได้เห็นตลอด ซึ่งทำให้พวกเราใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องคอยกดคลิกกลับไปหน้าแรกบ่อยๆ เพื่อจะถาม, ตอบ แบบเดิม แค่คลิกจากหน้านั้นๆ ไปเลย

Navigation ใหม่

หน้าหลัก: ถ้ากดตรงนี้ก็จะกลับไปหน้าแรกของ Yahoo! รู้รอบ ตรงที่ทุกคนจะเห็นพื้นที่ที่เราเอาคำถามเด่นๆ 5 คำถามไปโชว์ไว้ข้างบน (Best of Answers module) รวมถึงลิงก์ไปที่บล็อกของเรา (ซึ่งต่อไปนี้มันจะอยู่ทางขวามือนะครับ) รวมถึงคำถามที่เพิ่งเข้ามาใหม่ด้วย

เบราซ์หมวดหมู่: เดี๋ยวบอกรายละเอียดอีกทีนะครับ

กิจกรรมของฉัน: จากตรงนี้พอคลิ๊กปุ๊บมันก็จะตรงไปที่หน้าโปรไฟล์ของ Yahoo! รู้รอบได้เลยทันที, ดูเพื่อนที่อยู่ในก๊วนของเรา, ใครทำอะไรบ้าง, รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดส่วนตัวของเราด้วย

เกี่ยวกับ: ตรงส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของ Yahoo! รู้รอบ ข้อควรปฎิบัติในชุมชน และตรงส่วน leaderboard, บอร์ดคำแนะนำ และเข้าไปอ่านบล็อกของ Yahoo! รู้รอบได้

2 – เบราซ์หมวดหมู่

เอาเมาส์ไปวางไว้ตรงคำว่า “เบราซ์หมวดหมู่” ก็จะมีหมวดหมู่แสดงขึ้นมาทันที

ใน หน้าโฮมเพจเก่า การแสดงหมวดหมู่ทั้งหมดจะวางอยู่ทางด้านซ้ายมือ ซึ่งทำให้พื้นที่ในการแสดงคำถามแสดงได้ไม่เต็มที่ เราเลยตัดสินใจเพิ่มเนื้อที่ตรงนี้ให้มากขึ้นโดยยกตรงส่วนที่เป็นหมวดหมู่ไปไว้ข้างบนให้หมด ถ้าหากว่าต้องการที่จะดูหมดทุกๆ หมวดทีเดียวก็คลิกตรงที่เขียนว่า เบราซ์หมวดหมู่ แล้วเลือกหน้าที่เขียนว่า “ทุกหมวดหมู่” จากนั้นก็จะดูได้หมดเลยไม่ว่าจะเป็นคำถามที่เปิดอยู่ หรือมีคำตอบที่ดีที่สุดแล้ว หรือกำลังอยู่ในระหว่างโหวตก็ตาม มองเห็นหมดครับ

3- ปรับเปลี่ยน look and feel
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราใช้สีเขียวมาตลอด และก็มีสมาชิกบอกกับพวกเรามาเหมือนกันครับว่าชอบสีเขียว เราก็ยังคงสีเขียวไว้ แต่ว่าทำให้มันเป็นเขียวที่จางลงมาอีกหน่อย แล้วแทนที่พื้นแบคกราวด์สีขาวด้วยสีฟ้าอ่อนๆ เข้าไปเพื่อให้สบายตามากขึ้น นอกไปจากนี้ เพื่อนๆ สมาชิก (แหม “เพื่อนๆ สมาชิก” เรียกยังกะจส.100) จะเห็นได้อีกว่าหน้าเว็บกว้างขึ้นนิดนึง ทำให้มีพื้นที่ในการแสดงคำถามไ้ด้มากขึ้น แล้ว 4. คือเจ้าตัวยิ้มๆ นี่ปรับให้มันน่ารักน่าชังขึ้นอีกนิดนึง

ยังมีอีกครับ ยังมีอีก… ยังกะเซลส์ ลด-แลก-แจก-แถม

การอัพเดทของพวกเราคราวนี้ไม่ใช่ว่าจะทำแค่เปรับเปลี่ยนหน้าตาใหม่ แต่เรายังปรับระบบหลังบ้าน ซ่อมบั๊กที่เราติดสมาชิกทุกคนมานาน นั่นก็คือบั๊กที่เวลาตอบคำถามแล้วส่งได้บ้างไม่ได้บ้าง ที่เพื่อนๆ สมาชิกชอบเรียกกันแบบแซวๆ ว่า “โอ๊ะโอ” ตอนนี้ซ่อมเสร็จแล้วนะครับ เราส่งคำตอบกันได้สบายหายห่วงแล้ว รวมถึงการอัพเดท leaderboards บ่อยมากยิ่งขึ้นเป็นแบบ “รายวัน” แทนที่จะเป็นรายสัปดาห์แบบเมื่อก่อน

ท้ายสุด ถ้าหากว่าเพื่อนๆ ได้ลองหน้าเว็บอันใหม่นี้กันแล้ว ช่วยบอกด้วยนะครับว่าคิดยังไงบ้าง ผมจะเข้าไปเช็คบ่อยๆ ครับ

ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันเสมอมาครับ! มีความเห็นอะไรก็พิมพ์ไว้ข้างล่างนี้ได้เลยนะครับ

ว่าด้วยเรื่องการเมืองขณะนี้

สวัสดีครับสมาชิก Yahoo! รู้รอบทุกท่าน

วันนี้อาจจะดูเหมือนมาบ่นๆ สอนๆ แต่ผมขอเรียนทุกท่านด้วยความจริงใจว่า ผมเพียงแต่จะเข้ามาพูดคุยในบล็อกว่าตอนนี้ใน Yahoo! รู้รอบมันเป็นอย่างไร และเราจำเป็นต้องคุยอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาสักหน่อย

ระยะนี้ผมสังเกตเห็นวิธีการใช้ภาษาของสมาชิกหลายๆ ท่านร้อนแรงตามภาวะความเครียด ความกดดันทางการเมืองที่มีทีท่าร้อนแรง ซึ่งตรงนี้มันก็เข้าใจได้ครับ ผมได้ขอความร่วมมือกับสมาชิกบางท่านเป็นการส่วนตัวไปแล้วว่า ช่วงนี้ถ้าจะถามตอบเรื่องการเมือง ขอให้เพลาๆ หน่อย ใช้ภาษาสุภาพที่สุดนะครับ ผมเห็นสมาชิกใหม่บางคนเข้ามาก็ยังไม่ได้ถามตอบเพื่อแชร์ความรู้เลย แต่เข้ามาก็แสดงตัวว่ามีขั้วความคิดทางการเมืองแบบเหลืองหรือแบบแดง ผมขอความร่วมมือจากทุกๆ คนด้วยนะครับว่า “ใจเย็นๆ” กันหน่อยครับ

และอีกประเด็นสำคัญคือ Yahoo! รู้รอบ เราอยู่ตรงกลาง เราไม่ได้เป็นเวทีของใครหรือฝ่ายไหน เราจะเป็นเพียงเวทีของความรู้ โดยมีข้อควรปฎิบัติในชุมชนของเราเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันที่นี่ ดังนั้นช่วงนี้ขอให้สมาชิกทุกท่านช่วยกันแนะนำเพื่อนๆ และคนที่เข้ามาใหม่ใน Yahoo! รู้รอบด้วยการแนะนำให้เขาอ่าน “ข้อควรปฎิบัติในชุมชน” ของเราก่อนนะครับ

ขอบคุณจากใจครับ

นายกอภิสิทธิ์ตอบคำถามแล้ว เชิญชม VDO ครับ

สวัสดีครับสมาชิก Yahoo! รู้รอบทุกท่าน

เมื่อเดือนมกราคมเรามีแขกรับเชิญพิเศษ 2 ท่าน ท่านแรกคือคุณดังตฤณ เจ้าของหนังสือ “เสียดาย…คนตายไม่ได้อ่าน” ที่หลายคนที่สนใจเรื่องธรรมะน่าจะคุ้นเคยกันดี คำถามคมๆ ของคุณดังตฤณสร้างปรากฏการณ์มีสมาชิกตอบคำถามถึง 106 คน ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่มีคนตอบเกิน 100 คนนับตั้งแต่สร้าง Yahoo! รู้รอบขึ้นมา แต่ 106 คนนี้จะไม่มีความหมายอะไรเลย หากคำตอบที่ได้มานั้นไม่มีคุณภาพ ในขณะเดียวกัน แขกรับเชิญอีกท่านหนึ่ง ที่เราภาคภูมิใจมากนั่นก็คือ นายกรัฐมนตรีของเรา คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตบปากรับคำจะมาตอบคำถามของชาว Yahoo! รู้รอบ

นายกอภิสิทธิ์อ่านคำถามที่ทีมงาน print มาให้


ภาพนี้มาจาก Flickr ของรัฐบาลไทย นำมาใช้อย่างถูกต้องตามกฏหมายภายใต้ Creative Commons

ถ้ากด save ออกมาดูดีๆ จะเห็นว่าเป็นหน้าเว็บของ Yahoo! รู้รอบครับ

หลังจากเสร็จภารกิจจากต่างประเทศ คุณอภิสิทธิ์ก็เข้ามาตอบคำถามที่ชาว Yahoo! รู้รอบถามคุณอภิสิทธิ์ โดยหลักเกณฑ์ในการเลือกตอบคำถามที่มีทั้งหมด 105 คำถามนั้นคือ คำถามไหนที่ได้รับการ “ยกนิ้วขึ้น” มากที่สุด เพราะทางทีมงาน Social Media ของท่านนายกฯ ให้เหตุผลว่าไม่ต้องการเลือกคำถามเอง เพราะอาจมีการลำเอียงได้ ทางทีมงานของท่านนายกฯ เลยเลือกคำถามทั้งหมด 3 คำถามตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว และคำถามทั้ง 3 ข้อนั้นก็คือคำถามของคุณ jiewja, คำถามของคุณ miMi AnTodiNi และคำถามของคุณชราภาพทราบแล้วเปลี่ยน เชิญชม VDO คำตอบของนายกฯ ได้เลยครับ

และเนื่องจากคำถามของคุณ jiewja ที่ถามเกี่ยวกับหนังสือของท่านนายกฯ ท่านนายกฯ ขอเอาไปตอบสัปดาห์หน้านะครับ ดังนั้นสัปดาห์หน้าท่านนายกฯ จะตอบคำถามของคุณ jiewja และนำมาให้ชมกันทางนี้อีกครั้งครับ ส่วนในอนาคตถ้าหากว่าสมาชิก Yahoo! รู้รอบท่านไหนต้องการตั้งคำถามกับนายกฯ อภิสิทธิ์อีก ก็เข้าไปถามได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีที่ http://www.pm.go.th นะครับ ท่านนายกฯ จะตอบคำถามที่นั่นสัปดาห์ละ 3 คำตอบครับ

ขอขอบคุณทีมงาน Thoth Media ไว้ที่นี้ด้วยครับ

“ดังตฤณ” เลือกคำตอบที่ดีที่สุด พร้อมเหตุผลมาแล้ว อ่านได้ที่นี่เลยครับ

สวัสดีครับสมาชิก Yahoo! รู้รอบทุกคน

"ดังตฤณ" ศรันย์ ไมตรีเวช เจ้าของหนังสือ "เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน"

ในที่สุดคำถามของแขกรับเชิญของเรา “ดังตฤณ” หรือคุณศรัณย์ ไมตรีเวช เจ้าของหนังสือ “เสียดาย…คนตายไม่ได้อ่าน” ผู้สร้างปรากฏการณ์ Bestselling ให้กับหนังสือแนวธรรมะ ก็เลือกคำตอบที่ดีที่สุดแล้ว นั่นคือคำตอบของคุณ ksimplify พร้อมกล่าวถึงคำตอบดีๆ ของคุณ Jetboat คุณ maytha k คุณ Manoch P คุณ tortuga คุณ kusuma โดยเหตุผลที่คุณดังตฤณให้มานั้น ได้นำไปเป็นบทบรรณาธิการในเว็บไซต์ธรรมะใกล้ตัว ด้วยนะครับ ผมเลยขอวิสาสะคัดลอกมาให้อ่านกันอีกทีตรงนี้ แต่อย่างไรก็ขอแนะนำให้สมาชิกรู้รอบทุกท่านไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณดังตฤณได้นะครับ ที่ http://www.dungtrin.com หรือ follow Twitter ได้ที่ http://www.twitter.com/dungtrin

คำถามนี้ทางทีมงานปลื้มใจมากครับ มีผู้ร่วมตอบทั้งหมด 106 คน ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่เราก่อตั้ง Yahoo! รู้รอบมาแล้วมีคนสนใจตอบคำถามมากเกิน 100 คำตอบ ทำให้คุณดังตฤณกลายเป็นเจ้าของคำถามที่มีคนตอบกันมากที่สุด (ดูลำดับคำถามที่มีคนตอบมาที่สุดตรงนี้เลย) บอกกันอย่างตรงไปตรงมาก็คือ ผมไม่คาดคิดมาก่อนว่าคำถามเชิงปรัชญาหนักๆ ของคุณดังตฤณจะได้รับความสนใจมากขนาดนี้ เพราะมันตอบได้ยาก แต่เราก็อยากจะนำเสนอ เพราะมันมีประโยชน์ และประเทืองปัญญาของเรา ที่สำคัญสมาชิกทุกท่านก็ให้ความสนใจและติดดาวให้ถึง 28 ดาว

ผมในนามของสมาชิกรู้รอบและทีมงาน ต้องขอขอบพระคุณคุณดังตฤณ และทีมงานของคุณดังตฤณสำหรับความเอื้อเฟื้อครั้งนี้ครับ

ว่าแล้วก็ขอเชิญอ่านเหตุผลว่าทำไมคุณดังตฤณถึงเลือกคำตอบของคุณ ksimplify นะครับ ผมคัดลอกไว้ด้านล่างนี้แล้ว อาจจะยาวหน่อยนะครับ ผมไม่อยากปรับย่อหน้าเพราะอยากคงวิธีการจัดย่อหน้าของคุณดังตฤณไว้ให้มากที่สุด ถ้าสนใจเพิ่มเติมก็ไปอ่านได้ที่ http://www.dharmamag.com/

- – - – - – - – - -

จากใจ บ.ก. ใกล้ตัว – ฉบับที่ ๘๗

ตามที่ได้แจ้งไว้ตั้งแต่เมื่อสามฉบับก่อน
ว่าผมตั้งคำถามไว้ที่ Yahoo! รู้รอบ
เพื่อให้คุณๆที่สนใจไปให้คำตอบ
ซึ่งสำหรับคำถามของผมจะไม่เน้นใช้ความรู้
แล้วก็ไม่มีคำตอบที่ถูกที่สุด
เพียงอยากให้ทุกท่านแบ่งปันประสบการณ์
หรือช่วยกันให้คำแนะนำตามมุมมอง
ว่าถ้าจะตรวจสอบตนเองในสถานการณ์หนึ่งๆ
ต้องทำอย่างไรถึงจะรู้ได้ว่าเรากำลังใช้อารมณ์
หรือว่าใช้เหตุผลนำหน้ากันแน่

คำตอบที่ได้มาทั้งหมดอยู่ที่นี่ครับ
ขณะเขียน จากใจ บ.ก. ใกล้ตัว อยู่นี้
มีคำตอบอยู่ที่ ๑๐๒

คนเราเอาอารมณ์ชอบชังขึ้นหน้า
แล้วค่อยใช้เหตุผลมาสนับสนุน
เหตุผลอันเป็นฝักฝ่ายสติปัญญา
จึงเป็นรองอารมณ์อันเป็นฝักฝ่ายความโง่เขลา
ความเดือดร้อนวุ่นวายจึงมักมีให้เห็นมากกว่าความสงบสุข

หลักง่ายๆคือถ้ารับใช้อารมณ์ครั้งหนึ่ง
เราจะค่อยๆเขยิบเข้าสู่ความเป็นทาสของอารมณ์ไปก้าวหนึ่ง
เช่น ทุ่มเถียงกับคนโง่ ทั้งรู้อยู่ว่าเขาพูดโง่ๆตามอารมณ์
ก็คือยอมเข้าไปมีส่วนเป็นคนโง่ทางอารมณ์ เหมือนติดเชื้อโรค
จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเสียจิตให้กับความโง่แค่ไหน

ผมจะไม่แกล้งพูดชมคำตอบของพวกคุณ “ดีหมด”
แต่ขอบอกตามตรงว่าหลังจากอ่านทุกคำตอบแล้ว
ผมได้คำตอบดีๆรวมกัน “ครบทั้งหมด”
พูดง่ายๆคือถ้าใครอ่านคำตอบทั้งหมดเหมือนผม
ก็จะได้รับคุณค่าจากคำตอบโดยรวม
ไม่ใช่เอาคำตอบใดคำตอบหนึ่งเป็นหลักยึดโดยเฉพาะ

อย่างไรก็ตาม เป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องเลือกคำตอบดีที่สุด
ในที่นี้ขอชี้แจงว่าจากมุมมองของผม
คำตอบที่ดีที่สุดไม่มี มีแต่ที่ประทับใจที่สุด
ทำให้ผมเกิดความรู้สึกชอบใจที่สุด
ด้วยเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินส่วนตัวดังนี้

๑) ทำให้ผมรู้สึกว่าเห็นด้วยเต็มที่ หรืออย่างน้อยก็คล้อยตามทันที
๒) ยกระดับมุมมองของผมได้ หรือถ้าเปลี่ยนใจผมได้ยิ่งเด็ด
๓) ภาษามีพลังสื่อสาร หรืออย่างน้อยต้องมีหนึ่งคำคมโดนใจให้จดจำ

ด้วยเกณฑ์ที่ใชัตัดสินเป็นการส่วนตัวข้างต้น
ผม “ชอบ” และ “ประทับใจ” คำตอบของคุณ ksimplify ที่สุด
โดยคุณ ksimplify กล่าวไว้สั้นๆว่า

อารมณ์ เป็น Wave
ความรู้สึก เป็น Trend
เหตุผล เป็น Fundamental

ผมชอบอะไรแบบนี้
ดูเผินๆเหมือนนี่ไม่ใช่คำตอบ
แต่กลับทำให้ผมขบคิด แล้วรู้สึกว่ามันนำไปสู่คำตอบ
เพราะเมื่อ “เห็นภาพ” ตามได้ชัดแล้ว
ก็พาไปสู่จุดสรุปรวมที่ใช้ตัดสินได้ว่า
“เรากำลังใช้อารมณ์หรือว่าเหตุผลในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์หนึ่งๆ”

คำของคุณ ksimplify ที่กระทบใจผม
(ซึ่งอาจกระทบหรือไม่กระทบใจคนอื่นในแบบเดียวกัน)
“อารมณ์” เป็นสิ่งที่ขึ้นๆลงๆ โยกไปโยนมาไม่แน่นอน
ทำนองเดียวกับลมแล้งและแสงแดด
ยังไปหาแก่นสารอะไรเอาความแน่นอนกับมันไม่ได้
หมายความว่าถ้าเรากำลังใช้อารมณ์
ในภายหลังเราอาจเปลี่ยนใจ เปลี่ยนความรู้สึก
หรือกระทั่งอยากเข้าไปแก้ไขเสียใหม่

สำหรับ “เหตุผล” จะเป็นสิ่งที่แน่นอนกว่านั้น
เพราะการตัดสินใจหรือการโต้ตอบ
จะยืนอยู่บนพื้นฐานที่หนักแน่น มีองค์ประกอบครบและชัด
หมายความว่าถ้าเราใช้เหตุผล
ถึงแม้จะอีกนานเพียงใด ก็ต้องเห็นว่ามันควรเป็นไปอย่างนั้น
ในเมื่อองค์ประกอบและกลไกของเหตุการณ์ทั้งหมด
มันฟ้องอยู่ว่าผลที่ควรเกิดขึ้นน่าจะเป็นอย่างไร

และโดยความเป็นมนุษย์
ไม่ว่าจะใช้อารมณ์อันหยาบหรือประณีต
เหตุผลที่อ่อนหรือที่ดีที่สุดก็ตาม
ในที่สุดมันจะรวมลงเป็น “ความรู้สึก”
ความรู้สึกสุดท้ายก่อนตัดสินใจของคนเรา
จะเป็นแนวโน้มว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากเรา
มันอยู่ตรงกลางระหว่างอารมณ์กับเหตุผล
หรือกล่าวได้ว่าอารมณ์และเหตุผลทำงานร่วมกัน
ได้เป็นความรู้สึกว่าอยากตัดสินใจ หรืออยากทำอะไรนั่นเอง

แม้คำตอบของคุณ ksimplify จะโดนใจผมที่สุด
แต่ก็ไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์
จำเป็นต้องอาศัยคำตอบของท่านอื่นๆที่เหลือ
มาช่วยให้เกิดความเข้าใจ
ซึ่งจาก ๑๐๒ คำตอบทั้งหมด
เราจะตัดสินได้ว่ากำลังใช้อารมณ์หรือเหตุผลจาก ๔ ข้อสรุปใหญ่ดังนี้

๑) การคำนึงถึงผลลัพธ์
คุณ Jetboat กล่าวไว้สั้นๆแต่ชัดเจนว่า
ก่อนทำอะไร ถ้าใช้เหตุผลก็คงค่อยๆคิด
ค่อยๆนึกแบบตรรกะขั้นบันไดเสียก่อนจะลงมือ
แต่ถ้าใช้อารมณ์นำหน้า
ในหัวคงนึกแค่ผลลัพธ์แล้วลงมือทำไปเลย

ส่วนคุณ maytha k กล่าวไว้น่าฟังในความเห็นถัดมาว่า
เมื่อไหร่ที่เราจะเอาแต่ผลลัพธ์ให้มันเกิดขึ้นอย่างใจ
พูดง่ายๆว่าจะเอาแต่ใจฉันล่ะ
แสดงว่าเรากำลังใช้อารมณ์เป็นตัวนำ
แต่ถ้าเรามองกระบวนการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์อย่างมีที่มาที่ไป
แปลว่าเรากำลังใช้เหตุผลเป็นตัวนำอยู่

สรุปคือถ้าจะเอาผลลัพธ์แบบไม่ต้องตริตรอง
ว่าจะเอามาอย่างไรให้เหมาะสม
ก็เรียกว่าใช้อารมณ์ ไม่ใช่ใช้เหตุผล
ข้อนี้เรายังไม่พูดกันเรื่องผิดเรื่องถูกนะครับ
บางคนใช้อารมณ์ในการเอาชนะเพื่อปกป้องความยุติธรรม
ในขณะที่บางคนใช้เหตุผลในการเอาชนะเพื่อเอาเข้าตัวก็ได้

๒) การปล่อยให้อคติ ๔ ครอบงำ
คุณ Manoch P กล่าวไว้ในตอนต้นได้เข้าเป้า คือ
การทำอะไรโดยมีความรักนำหน้า
การทำอะไรโดยมีความชังนำหน้า
การทำอะไรโดยมีความโลภนำหน้า
การทำอะไรโดยมีความโกรธนำหน้า
การทำอะไรโดยมีความหลงนำหน้า
นับว่าเป็นการใช้อารมณ์ทั้งสิ้น

อันนี้ผมนำมาต่อได้ติดกับเรื่องของอคติ ๔
อคตินี่นะครับ แปลว่า ไม่ควรเดิน ไม่ควรไป ไม่ควรประพฤติ
ภาษาไทยหมายถึงความลำเอียง ความไม่เที่ยงธรรม ความไม่ยุติธรรม
พระพุทธเจ้าตรัสถึง “อคติ ๔” โดยฐานะอันไม่พึงถึง
หรือหนทางไปสู่ความประพฤติที่ผิด
กล่าวคือลำเอียงเพราะรัก ลำเอียงเพราะเกลียด
ลำเอียงเพราะเขลาหรือโง่หลงงมงาย
และลำเอียงเพราะกลัวหรือเพราะเกรงใจ

ถ้ามีความลำเอียง ๔ ประการอยู่นี้แล้วตัดสินใจกระทำการ
ความวิบัติย่อมเข้ามาถึงตน หรือเข้าสู่สังคมโดยรวม
ยิ่งเห็นโลกนี้นานขึ้นเท่าไร ผมยิ่งเห็นความจริงนี้มากขึ้นเท่านั้น
สงครามล้างเผ่าพันธุ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะความเกลียดอันดำมืด
หาใช่ด้วยการมีเหตุผลอันสว่างหรือทำให้เกิดความกระจ่างชัด

๓) การมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเป็นไปเพื่ออะไร
มีหลายท่านตอบไว้ตรงประเด็นนี้
แต่คุณ tortuga เรียบเรียงคำไว้ค่อนข้างครบในที่เดียว นั่นคือ
ถ้าคิดถึงจิตใจหรือประโยชน์ของคนอื่นก่อน
มักจะเป็นการคิดด้วยเหตุผล
แต่ถ้าทำเพื่อสนองกิเลสหรือประโยชน์ของตัวเองก่อน
มักจะเป็นการใช้อารมณ์

อันนี้ชวนให้คิดได้ครอบคลุมไปทุกเรื่องครับ
อย่างเช่นเวลาเกิดเรื่องให้แบ่งฝักแบ่งฝ่าย
คนเรามักใช้อารมณ์หรือศรัทธาเป็นตัวตัดสินก่อนว่าจะอยู่ข้างไหน
เสร็จแล้วจึงงัดเอาเหตุผลมาตามแต่จะนึกได้
เพื่อประกาศศักดาว่าตนถูก และเหยียบย่ำฝ่ายตรงข้ามว่าผิด
ไม่ว่าจะเป็นการเมืองหรือการศาสนา ล้วนเข้าอีหรอบเดียวกันหมด

๔) อาการทางกายและทางใจ
หลายท่านกล่าวถึงประสบการณ์ทางกายเฉพาะตน
ซึ่งถ้าอ่านทั่วๆแล้วก็พลอยเกิดแง่มุมมองร่วมกันได้หลากหลาย
แต่คุณ kusuma ใช้คำได้เห็นภาพเป็นพิเศษ คือ
สังเกตที่ใจ การใช้อารมณ์นำหน้าเพื่อคิด พูด หรือทำอะไร
ใจจะมีอาการเหมือนดับเครื่องชน ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไม่รู้ที่มาที่ไปทั้งสิ้น
ว่ากำลังทำไปด้วยสาเหตุอะไรและมีจุดประสงค์เพื่ออะไร
รู้เพียงแต่ว่าใจมีแรงผลักดันให้พุ่งไปทำ และต้องทำให้ตามใจเท่านั้น
ส่วนการใช้เหตุผลนำ ใจจะมีอาการตรงกันข้าม
คือสามารถตอบคำถามกับตัวเองได้อย่างสมเหตุสมผล

เป็นอย่างที่คุณ kusuma ว่าจริงๆครับ
อาการดับเครื่องชน หรืออยากดับเครื่องชนนั้น
เป็นกันหมดตอนโลภจัด โกรธจัด หรือหลงผิดจัดๆ
และไม่ต้องการคำอธิบายใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าโวหารจะสวยหรูขนาดไหน
ส่วนอาการที่อธิบายตนเองได้นั้น เยือกเย็นพอจะรับฟัง
แม้ถ้อยคำที่เรียบง่ายที่สุด ตรงกับข้อเท็จจริงและความเหมาะสมที่สุด

นอกจากนั้น ๔ ข้อหลักที่ทุกท่านกล่าวมา
ผมขอเพิ่มเติมเข้าไปอีกข้อหนึ่ง
คือ ความเชื่อ หรือ ศรัทธา
คนเรามีความเชื่อที่ปราศจากเหตุผล
ตลอดจนความเชื่อที่ประกอบด้วยหลักฐานอยู่ในตัว

หากมีความเชื่อที่ปราศจากเหตุผลอยู่ในตัวมาก
เราก็มีแนวโน้มที่จะทำอะไรตามอารมณ์เป็นส่วนใหญ่
แต่หากมีความเชื่อที่ประกอบพร้อมด้วยหลักฐานอยู่ในตัวมาก
เราก็มีแนวโน้มจะทำอะไรด้วยเหตุผลเป็นประจำ

มนุษย์ที่ยังต้องทำมาหากินครองเรือน
ควรใช้อารมณ์ได้อย่างมีเหตุผล
เหมือนเช่นที่ศิลปินต้องเรียนรู้
ที่จะให้ความแรงของอารมณ์เป็นตัวละเลงสี
นักดนตรีต้องเรียนรู้ที่จะให้ความฝันเป็นตัวสร้างคำร้องและทำนอง
ถ้าเหตุผลคือการทำงานศิลปะและการดนตรีให้เป็นเลิศ
ก็ต้องเข้าใจจะเล่นแร่แปรธาตุกับอารมณ์ทุกชนิดเป็นสินค้าใหม่ๆ

ส่วนมนุษย์ที่สละเรือนหวังความหลุดพ้นจากปวงทุกข์
ต้องมีเหตุผลแบบพระพุทธเจ้า หรือเยี่ยงเหล่าอริยบุคคลเป็นหลัก
ไม่ใช้ชีวิตตามอารมณ์ แม้กระทั่งอารมณ์หลงอยากยึดติดในกาย
ก็ต้องทิ้งให้หมดด้วยการพิจารณาตามจริงว่ากายนี้โสโครก
ไม่น่ารักน่าเอาเหมือนอย่างที่มนุษย์ผู้ยังครองเรือนหลงติดกัน

แต่ละคนมีเหตุผลต่างกัน เพราะเห็นต่างมุมมองกัน
ถ้าไม่ใช้อารมณ์นำหน้าเสียอย่างเดียว
ผลของความต่างกันก็คือ
ต่างฝ่ายต่างเป็นองค์ประกอบของสันติภาพ
ทว่าถ้าแต่ละคนมีเหตุผลแสนดี
แล้วใช้อารมณ์ตัดสินว่าฉันเลิศสุด คนอื่นด้อยกว่าหมด
ผลของความต่างกันก็คือ
ต่างฝ่ายต่างเป็นองค์ประกอบของสงคราม
อย่างที่เคยมีมา อย่างที่กำลังเป็นอยู่
และอย่างที่กำลังจะเป็นไปนั่นเองครับ

ดังตฤณ
กุมภาพันธ์ ๕๓

ส่งคำถามถึงนายกฯ วันพฤหัสฯหน้า คำถามคุณดังตฤณหมดเขตวันอังคารหน้า

สวัสดีครับสมาชิก Yahoo! รู้รอบทุกท่าน

ผมเข้ามาอัพเดทว่าสำหรับสมาชิกที่อยากส่งคำถามถึงท่านนายกฯ อภิสิทธิ์สามารถส่งได้ภายในวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ ส่วนคำถามที่คุณดังตฤณถามไว้จะหมดเขตในวันอังคารหน้า และคุณดังตฤณจะเลือกคำตอบที่ดีที่สุดด้วยตัวเองในวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์นะครับ

ต่อเลยนะครับ เรื่องแรกเรื่องนายกรัฐมนตรีครับ

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องบอกว่าทีมงานเหนื่อยกันเหมือนกันครับ เพราะก็ต้องยอมรับว่ามีพี่น้องเสื้อแดง รวมถึงไม่เสื้อแดงแต่ไม่เห็นด้วยกับสถานะของท่านนายกรัฐมนตรีของเรา ซึ่งผมก็เคารพความเห็นที่แตกต่างไปตรงนั้นนะครับ ทางเราขอเน้นย้ำว่าเราเป็นกลาง แต่ทางเราต้องขอความร่วมมือในการไม่เขียนพาดพิง เสียดสีโจมตี ด่าทอ แต่คำถามที่แม้จะมีความขัดแย้งในเชิงนโยบาย เช่น ทำไมต้องยกเลิกหวยออนไลน์ ทั้งที่ประเทศชาติได้ประโยชน์ แบบนี้ถามได้ครับ สื่อสารกันตรงไปตรงมาดีกว่า เพราะอย่างไรท่านนายกฯ ก็เป็นนายกรัฐมนตรีของเรา ผมอยากให้พวกเราให้เกียรติท่านด้วย หรืออย่างน้อยก็กรุณาให้เกียรติพวกเราที่ตั้งใจจะสร้างชุมชนนี้ให้เป็นชุมชนที่ใช้ถาม-ตอบกันอย่างมีคุณภาพเถอะครับ ขอให้ทุกคนยึดข้อควรปฎิบัติในชุมชน Yahoo! รู้รอบไว้ครับ และกรุณาส่งคำถามของคุณผ่านทางลิงก์นี้เท่านั้นนะครับ คำถามที่โพสต์ไว้ในบล็อกนี้ หรือไปถามใหม่ในเว็บ ทางทีมงานจะไม่รวบรวมส่งไปครับ และขณะที่เรากำลังรอให้สมาชิกท่านอื่นส่งคำถามเข้ามาทางลิงก์ข้างบนนี้ ทางเราขอแนะนำเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี http://www.pm.go.th นะครับ ลองเข้าไปเยี่ยมชมกันได้ครับ

"ดังตฤณ" ศรันย์ ไมตรีเวช เจ้าของหนังสือ "เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน"

ส่วนคำถามของคุณดังตฤณที่ว่า ทำอย่างไรจะรู้ว่าขณะหนึ่งๆ เรากำลังใช้เหตุผลหรืออารมณ์นำหน้าอยู่? มีผู้สนใจตอบมาทั้งหมด  66 คำตอบแล้วนะครับ เกือบทำลายสถิติของวง Slot Machine แล้ว ถ้าหากว่าแซงกันจริงๆ ก็นับว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ครับ เพราะคำถามของคุณดังตฤณค่อนข้างเป็นเรื่องเชิงพุทธปรัชญาที่ไม่ใช่เข้าใจได้ง่ายๆ ผมเจอหลายคนบอกว่าไม่กล้าตอบ เพราะตอบยากจริงๆ แต่อย่างไรก็ลองดูนะครับ ผมว่าไม่มีถูกไม่มีผิดเสียทีเดียวหรอกครับ ท้ายสุดคุณดังตฤณจะเป็นคนเลือกคำตอบที่ดีที่สุดมาพร้อมกับเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกนะครับ พร้อมกันนี้ทางเราขอแนะนำเว็บไซต์ที่มีประโยชน์อย่าง http://www.dungtrin.com นะครับ ลองเข้าไปชมกันได้ครับ

ขอบคุณทุกท่านครับ

นายกฯ อภิสิทธิ์ตอบคำถามกับ Yahoo! รู้รอบ

ในปี 2553 นี้เราเปิด Yahoo! รู้รอบด้วยคำถามเชิงธรรมเตือนสติจากคุณ “ดังตฤณ” เจ้าของหนังสือ “เสียดาย…คนตายไม่ได้อ่าน” ที่ว่า ทำอย่างไรจะรู้ว่าขณะหนึ่งๆ เรากำลังใช้เหตุผลหรืออารมณ์นำหน้าอยู่? เรายังคงเปิดรับคำตอบจากสมาชิกทุกท่านนะครับ และวันนี้เป็นอีกวันที่ยิ่งใหญ่อีกวันหนึ่งที่ผมและทีมงานมีความภาคภูมิใจมากนับตั้งแต่ร่วมกันสร้าง Yahoo! รู้รอบร่วมกัับสมาชิกทุกคนที่นี่มาก็คือ เราได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาร่วมตอบคำถามที่มาจากชุมชนของพวกเราครับ

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้มีทั้งตื่นเต้นและดีใจปนระคนกันไป เพราะตั้งแต่เราเริ่มสร้าง Yahoo! รู้รอบมาเมื่อเกือบๆ 3 ปี เรามีแขกรับเชิญคนเก่งคนดังหลายท่านมาร่วมตั้งคำถาม ตอบคำถามกับเรา และคราวนี้ก็มาถึงคิวของบุคคลสำคัญของประเทศอย่างนายกรัฐมนตรี มันจึงเป็นเหมือนอีกก้าวหนึ่งของความสำเร็จในการประกาศถึงความเป็น “ชุมชนของคำถามและคำตอบคุณภาพ” ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกท่านคงมีความยินดีเหมือนๆ กับทีมงานที่ได้มีโอกาสตั้งคำถามกับนายกฯ

ผมคงต้องขออธิบายถึงแนวทางการร่วมตอบคำถามของท่านนายกฯ สักนิดหนึ่งว่ามันเป็นรูปแบบที่เราไม่เคยทำมาก่อน เนื่องจากภารกิจที่มากมายในแต่ละวัน ทางเราได้รับความร่วมมือจากทางทีมงานเว็บไซต์ http://www.pm.go.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี โดยขณะนี้คุณอภิสิทธิ์จะตอบคำถามอยู่ที่เว็บไซต์นั้นเป็นประจำทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 คำถาม ทางทีมงานของเราจึงติดต่อสอบถามไปว่าเราในฐานะชุมชนของคำถามและคำตอบ เราต้องการให้คุณอภิสิทธิ์กรุณาให้เกียรติมาร่วมแบ่งปันความรู้กับเรา และเราก็ได้คำตอบว่า นายกฯพร้อมที่จะ “ตอบคำถาม” ของพวกเราชาว Yahoo! รู้รอบ

ดังนั้นมันจึงไม่เหมือนประเทศอื่นๆ ที่โอบาม่าตั้งคำถามเรื่องประชาธิปไตย กับ Yahoo! Answers ที่อเมริกา ไม่เหมือนกับคำถามปัญหาความยากจนจากโบโน่ วง U2 แต่คุณอภิสิทธิ์อยากตอบคำถาม เราจึงต้องรวบรวมคำถามดีๆ ที่สร้างสรรค์ และมีเหตุผลน่าสนใจ ส่งไปให้คุณอภิสิทธิ์ได้ตอบ โดยเราจะนำวิดีโอที่คุณอภิสิทธิ์ตอบคำถามของคุณมาเผยแพร่ทาง Yahoo! รู้รอบอีกครั้งหนึ่ง

นี่เป็นโอกาสพิเศษสุด ที่ทาง Yahoo! รู้รอบภูมิใจนำเสนอ เรามีโอกาสได้เข้าถึงนายกรัฐมนตรีของเราอย่างใกล้ชิดแล้วครับ ขอเชิญสมาชิกทุกท่านเข้าไปส่งคำถามของท่านในลิงก์นี้เลยครับ –>  ถ้าคุณมีโอกาสตั้งคำถามถึงนายกฯ อภิสิทธิ์ คุณจะตั้งคำถามอะไร เพราะเหตุใด?

*ขอบคุณภาพจาก Abhisit.org


ยินดีต้อนรับแขกรับเชิญคนแรกของปี 2553 คุณ “ดังตฤณ”

สวัสดีครับเพื่อนๆ สมาชิก Yahoo! รู้รอบทุกคน

"ดังตฤณ" ศรันย์ ไมตรีเวช เจ้าของหนังสือ "เสียดาย...คนตายไม่ได้อ่าน"

ปีเสือดุ 2553 ย่างสามขุมเข้ามาได้เกือบครึ่งเดือนแล้ว แรกเริ่มเดิมทีผมคิดว่าจะเขียนสวัสดีปีใหม่ธรรมดาๆ ทำนองว่า “สวัสดีครับเพื่อนๆ Yahoo! รู้รอบทุกคนเป็นยังไงกันบ้างครับ คิดว่าทุกคนคงกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นหลังจากหยุดพักผ่อนกันยาวในช่วงปลายปี-ต้นปี ถามตอบกันตามกฏจราจรเหมือนเดิมนะ” อะไรทำนองนี้ แต่เขียนแค่นั้นก็ดูเหมือนไม่มีการลงทุน ดูเหมือนไม่มีวิวัฒนาการ ไม่คิดใหม่ทำใหม่อะไรเลย คราวนี้เราเลยต้องมาแบบพิเศษกว่าเดิม คือเปิดปีใหม่มาก็เอาเรื่องธรรมะมานำหน้าเลย

อย่าเพิ่งคิดว่าผมจะชวนคุยเรื่องธรรมะที่เรามักจะมองว่ามันน่าเบื่อเลยนะครับ ผมแค่ทำตามเทรนด์นะจะบอกให้

ในช่วง 1-2 ปีมานี้ถ้าเพื่อนๆ สมาชิก Yahoo! รู้รอบเดินผ่านแผงหนังสือ คงจะเห็นว่าหนังสือ Bestselling ทั้งหลายเป็นหนังสือธรรมะ! ใช่ครับ หนังสือธรรมะขายดี เมื่อก่อนนี้มันไม่เคยมีมาก่อน ว่ากันว่าสองปีหลังมานี้ คนไทยมีความทุกข์ในใจ หาทางดับทุกข์โดยการหันหน้าเข้าหาธรรมมากขึ้น จะเห็นได้ว่าหนังสือของท่าน ว.วชิรเมธี แขกรับเชิญของเราเมื่อปีที่ผ่านมาก็ได้รับการต้อนรับจากนักอ่านเป็นอย่างดี และนักเขียนอีกท่านหนึ่งที่ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าใครที่ชอบอ่านหนังสือแนวธรรมะ จะต้องรู้จักนามปากกา “ดังตฤณ” หรือคุณศรันย์ ไมตรีเวช เจ้าของหนังสือ “เสียดาย… คนตายไม่ได้อ่าน” ซึ่งมีลักษณะตั้งคำถามและให้คำตอบที่คนอยากรู้ที่สุดในโลก นั่นคือเกิดมาเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร ตายแล้วไปไหนได้บ้าง และเมื่อยังมีชีวิตอยู่ควรทำอะไรดี งานของเขาทั้งหมดก็อยู่ในขอบเขตของการให้คำตอบต่อคำถามสำคัญที่สุดในชีวิต ซึ่งเขาเคยอยากรู้ และได้รู้แล้ว ตามรอยบาทพระศาสดา

คำถามของคุณดังตฤณนะครับ ถ้าคิดอย่างมีเหตุผล แม้แต่คนโง่ก็มีแนวโน้มจะฉลาดขึ้น แต่ถ้าใช้อารมณ์นำหน้า แม้แต่คนฉลาดก็มีแนวโน้มจะโง่ลง ปัญหาคือทำอย่างไรจะรู้ว่าขณะหนึ่งๆ เรากำลังใช้เหตุผลหรืออารมณ์นำหน้าอยู่?

ที่จริงต้องบอกความจริงกับเพื่อนๆ สมาชิกว่าผมเองก็ติดตามงานของคุณดังตฤณมานานแล้ว และเคยพยายามติดต่อคุณดังตฤณมาเป็นแขกรับเชิญแล้ว แต่ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะคุณดังตฤณติดภารกิจค่อนข้างมาก จนกระทั่งล่าสุดคุณดังตฤณเริ่มเข้าไปใช้ Twitter ในการเผยแผ่ความคิดด้านศาสนาที่มีประโยชน์ และนำไปใช้ได้จริงที่ http://www.twitter.com/dungtrin (หรือเข้าไปที่เว็บ http://www.dungtrin.com เลยก็ได้นะครับ) จนมีคนติดตามนับหมื่นๆ รายในทวิตภพ ผมเลยพยายามอีกครั้งปรากฏว่าคราวนี้คุณดังตฤณเมลกลับมาหา และยินดีเป็นแขกรับเชิญท่านแรกในปีนี้ของพวกเรา

ปีนี้เขาว่าเป็นปีเสือดุ ถูกกัดทีอาจเจ็บปางตาย แต่ถ้าเรามีสติ เอาหลักธรรมนำใจสักหน่อย เจอเสือ เสือมันก็ทุกข์เป็นนะ เราก็แผ่เมตตาให้มันบ้าง ไม่แน่นะ บางทีเสือดุอาจกัดแค่ย้ำๆ ไม่ขม้ำเขี้ยวฝังจนมันจุกเป็นแน่

สวัสดีปีใหม่ครับ!

เชิญดาวน์โหลด eBook จ้า + ต้อนรับน้องแพท อังศุมาลินด้วย…

สวัสดีครับเพื่อนๆ สมาชิก Yahoo! รู้รอบ

ผมหายไปหลายวันเลย ไม่ได้มาเขียนบล็อกซะนาน ขอโทษทีนะครับ แต่กลับมาแล้วไม่ได้มามือเปล่านะ มีของขวัญติดไม้ติดมือมาด้วย นั่นก็คือ eBook Highlights of 2009! eBook ที่รวบรวมคำถามคำตอบที่คัดกันออกมาแล้วว่าน่าสนใจ และมีประโยชน์ เ้หมาะที่จะส่งต่อให้เพื่อนเป็นของขวัญปีใหม่

eBook ฉบับนี้เป็นฉบับที่ 2 หลังจากเราทดลองรวบรวมออกมาให้ดาวน์โหลดฉบับที่ 1 ในปีที่แล้ว ปรากฏว่ายอดดาวน์โหลดเยอะเป็นพิเศษ ปีนี้ก็เลยมีใบสั่งมาว่าต้องทำอีก เพราะยอดดาวน์โหลดมันฟ้องว่าสมาชิกชอบกันจริงๆ ปีที่แล้วถึงกับมีคนถามว่าปีหน้าจะทำอีกไหม อยากจะเห็นคำถามหรือคำตอบของตัวเองใน eBook สำหรับปีนี้อีก

พวกเราดีใจจริงๆ ครับที่ตลอดปี 2552 หรือ 2009 นี้พวกเราตั้งใจตอบกันจริงๆ ถามตอบกันด้วยความรู้ ความคิดเห็นที่มาจากประสบการณ์ตรง ทำให้คำถามและคำตอบใน Yahoo! รู้รอบมีคุณภาพ นี่คือหัวใจหลักของชุมชนแห่งนี้ ผมเองไม่มีอะไรจะบอกไปมากกว่า “ขอบคุณ” ทุกคนที่นี่ด้วยใจจริง ทุกคนตั้งใจแชร์ความรู้ด้วยการถามตอบกันจริงๆ ว่าแล้วก็ขอเชิญดาวน์โหลด [download id="1"]

ชอบไม่ชอบอย่างไร รู้สึกอย่างไร โพสต์บอกเราข้างล่างนี้ได้เลยครับ

patties

และอีกเรื่องหนึ่งครับ เรามีแขกรับเชิญคนล่าสุด นั่นคือ น้องแพตตี้ อังศุมาลิน หลังจากหนังเรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธอทำรายได้ถล่มทลายกว่า 120 ล้านบาท ล่าสุดน้องแพตตี้ก็มาเล่น “สายลับ เดอะซีรี่ส์” และเราก็มีคำถามน่ารักๆ ของน้องแพทเกี่ยวกับความรัก มาถามสมาชิก Yahoo! รู้รอบครับ นั่นคือ ถ้าคุณเคยแอบรัก หรือแอบชอบคนอื่น จะทำยังไงให้เค้ารู้ความรู้สึกของคุณ?แน่นอนครับว่าคำถามนี้ตัวจริงเสียงจริงแน่นอน ขอขอบคุณ Partner ที่น่ารักของเรา ทีมงาน GTH ที่ช่วยถ่ายทำคลิปวิดีโอน้องแพทมาด้วยนะครับ ไปดูวิดีโอกันได้เลย อ้อ ฝากประชาสัมพันธ์นิดนึงนะครับ ตอนนี้ถ้าหากว่าอยากที่จะติดตามผลงานหนัง หรือซิทคอมใหม่ๆ จากค่าย GTH ไปที่เว็บไซต์นี้กันได้เลย http://www.gth.co.th

ขอให้มีความสุขมากๆ ในช่วงท้ายปี และตลอดจนปีใหม่ 2553 นี้ครับ

หม่ำๆๆๆ

3607827494_01b3e61d03_b

เอื้อเฟื้อภาพโดย Hernan

เคยได้ยินไหมครับว่าถ้าคนเราเครียดมากๆ แต่ละคนจะมีวิธีการคลายความเครียดในแบบฉบับของตัวเอง

ผมเองลองถามเพื่อนๆ ก็เจอมาหลายแบบครับ บางคนบอกว่า

- ต้องเดินเข้าห้างช้อปๆๆๆ ให้หนำใจ แล้วไปเหี่ยวอีกทีปลายเดือนตอนจ่ายหนี้บัตรเครดิต (อันนี้ไม่เก๋า)
- บางคนบอกว่าก็หาอะไรทำเข้าที่มันไม่เครียด เล่นเกม ต่อจิ๊กซอว์ กลับบ้านเล่นกับหมากับแมว มีลูกมีหลานก็เอาลูกหลานมาเป็นที่ตั้งว่าเราต้องสู้ต่อไป เวลาจิตใจเราห่อเหี่ยว
- บางคนก็เข้าวัดเข้าสถานปฎิบัติธรรมไปเลย นัยว่าคลายเครียดแถมได้บุญด้วย อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบครับ

แต่วิธีของนายปิงปองก็คือ “กิน!”:p

การกินอาหารให้คลายเครียดนั้นเป็นวิธีที่ผมบอกเลยว่าถ้าไม่ระวัง ตามใจปากมากๆ คุณก็จะเป็นหมูได้ไม่ยาก (อย่างที่ผมกำลังเผชิญกับภาวะนี้อยู่) และอาการการอยากกินนั้น สาเหตุหนึ่งต้องโทษสมาชิกใน Yahoo! รู้รอบที่ชอบไปแชร์ความรู้กันในหมวด อาหารและเครื่องดื่ม กับหมวด เย็นนี้ดินเนอร์ที่ไหนดี ที่มักจะมาแชร์สูตรอาหารอร่อยๆ รวมถึงเรื่องที่น่าสนใจอย่าง เทคนิคในการกินอาหารบุฟเฟ่ต์ให้คุ้มค่า ของคุณ korja การแนะนำร้านอาหารอร่อยๆ ในเชียงใหม่ของคุณ Rackmanager การเตรียมอาหารไปปิ๊กนิ๊กทำอย่างไรบ้าง ของคุณใครหนอ ฯลฯ ที่ทำให้ผมอยากอาหารมากๆ บางทีทนไม่ไหวต้องไปหากินจนได้

ปลายปีนี้ คิดว่าหลายคนคงกำลังเตรียมตัวไปพักผ่อนกับครอบครัว มาแชร์ความรู้การทำอาหารสำหรับครอบครัวก่อนสิ้นปีก็ไม่เลวนะ! อ้าวววว ว่าแล้วก็เตรียมตัวอ้วนต่อไป :p