วันแรกของ “Fat Boy”
วันนี้เป็นวันแรกที่ผมจะออกกำลังกายเข้าคอร์สลดน้ำหนัก และกลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตสำหรับทีมงาน Yahoo! รู้รอบไป เพราะทันทีที่ผมอธิบายเพื่อนๆ ทีมงานที่ Yahoo! ว่าผมกำลังจะทำอะไร ทุำกคนก็เฮโลมาช่วยกันใหญ่ และหนึ่งในคนที่มาช่วยผมก็คือ Sharon เพื่อนผมคนหนึ่งที่อาสามาช่วยทันที เพราะเธอเคยร่ำเรียนทางด้านการเป็นผู้เ้ชี่ยวชาญในการออกกำลังกายมาจากอังกฤษ Sharon ก็เลยส่งกระดาษคำถามมาให้ผมตอบ คำถามทั่วๆ ไปก็คือสภาพร่างกายผมเป็นอย่างไร ชอบกินอะไร ออกกำลังกายอะไรบ้าง แล้วก็คำนวณออกมาเป็น Body Mass Index (BMI) ออกมาได้ดังนี้ครับ

ภาพนี้ถ่ายกับวงดนตรีขวัญใจ Calories Blah Blah ครับ เวลาถ่ายกับเขาแล้วผมหลอกตัวเองได้แป๊บนึงว่าเราก็ไม่ได้อ้วนเกิน
110/(1.81 x 1.81) = 33.6
ซึ่งตามหลักของ BMI แล้วถ้าหากว่ามีน้ำหนักน้อยเกินไป BMI จะมีค่าต่ำกว่า 18.5 ถ้าปกติก็ราวๆ 18.5 – 24.9 ถ้า Overweight ก็จะ 25 – 29.9 ถ้าเลย 30 ไปก็เข้าข่าย Obesity ครับ ดังนั้นเป้าหมายของผมตอนนี้คือต้องพ้นภาวะ Obesity ก่อนครับ ซึ่งจากการคำนวณทั้งหลายทั้งปวง วันหนึ่งๆ ผมไม่ควรกินอาหารมากไปกว่า 2,600 แคลอรี่
นอกจากนี้ผมยังได้รายการการออกกำลังกายและรายการอาหารที่ควรกินมาด้วย ดังนี้ครับ
ออกกำลังกาย
วันจันทร์ (เน้นหน้าอก ไหล่ ไตรเซ็ปต์)
ปั่นจักรยาน 30 นาที
การออกกำลังกายที่เน้นหน้าอก เช่น Smith Machine Chest Press 3 เซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง แต่เครื่องมือในโรงยิมจะแตกต่างกันไปแบบนี้ประมาณ 6 ชนิด สรุปคือ ออกกำลังทั้งหมด 18 เซ็ต
วันพุธ (เน้นหลังไบเซ็ปต์) คล้ายวันจันทร์คือปั่นจักรยานก่อน แล้วตามด้วยการออกกำลังกายแบบเน้นส่วนหลัง
วันศุกร์ (เน้นช่วงขา) เหมือนกันแต่เน้นช่วงขา
ส่วนกระดาษใบสุดท้ายก็คือผมกินอะไรได้ อะไรไม่ได้ ซึ่งผมไม่ค่อยเห็นด้วยครับ ขืนกินตามเขาหมดนี่ยุ่งแน่ๆ เช่น ตอนเช้า 8.30 กินกล้วยหรือผลไม้อื่นหลังออกกำลังกาย ตอน 10.00 กินโปรตีนเชคกับน้ำหนึ่งถ้วย แล้วก็ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น กินข้าวเที่ยวตอน 13.00 มีให้เลือกก็เป็นพวกซุปปลา ข้าวมันไก่แบบเลาะหนัง เลือกเอาเฉพาะส่วนอก และข้าวก็ต้องเป็นข้าวขาวธรรมดา ห้ามเป็นข้าวมัน (แล้วจะกินข้าวมันไก่ทำไมเนี่ย) หรือไล่ให้ผมไปกินพวก Subway ตกเย็น 16.00 ให้กินโยเกิร์ตหนึ่งถ้วย หรือถ้าไม่ชอบก็กินทูน่าในน้ำแร่ได้ ตอน 19.00 ให้กินคล้ายๆ ตอนกลางวัน หรือจะเป็นผลไม้สักลูกก็ได้ ตบท้ายตอนสี่ทุ่มด้วยนมพร่องมันเนย 2 ถ้วย
พระเจ้าช่วย! แล้วผมจะทำได้ไหม คุณๆ นั่นล่ะคือที่พึ่งของผม เท่าที่ผมสังเกตดูก็คือ Sharon เขาจะเน้นให้ผมกินบ่อยๆ แต่กินทีละน้อยๆ คุณๆ มีสูตรการกินแบบนี้แต่เปลี่ยนให้ผมกินได้ทุกๆ วันไหมครับ? ช่วยตอบคำถามผมด้วยนะครับ
If you enjoyed this post, make sure you subscribe to my RSS feed!
เอาใจช่วยค่า… อิอิอิ
เข้าใจนะ ตอนออกกำลังกายจะเหนื่อยมาก
ของเรา ถ้าห่างๆไปนาน ก็มีอืดๆ เหนื่อยๆ เหมือนกันค่ะ ต้องทำประจำ แล้วจะชินไปเอง แถมสนุกอีกต่างหากนะ
ทำอาหารเย็นทานเองดีกว่า พวกต้มจืดผักต่างๆ ทานกับข้าว 1 ถ้วยพอ หรือจะเป็นปลานึ่งจิ้มซีอิ้ว ซาบะราดซีอิ้ว เกาเหลาต้มจืด ไข่ตุ๋นก็ได้ เปลี่ยนเมนูไปได้เรื่อยๆ ทานอะไรก็ได้ที่ไขมันน้อย ไม่ต้องเป๊ะๆมาก แป้งน้อยๆ เน้นเป็นส่วนมากดีกว่า วันไหนอยากจะทานแหกกบ้างก็นานๆทีนึง ไม่เป็นอะไรหรอก เคยอ้วน 53 โลโน่น ทำไงก็ไม่ลด แต่พอมาเลือกกินอาหาร มันกลับได้ผล ตอนนี้นน. 48 ก็อาศัยชั่งนน.บ่อยๆ ถ้าขึ้นมาโลนึงก็ระวังเรื่องอาหารนิดหน่อย แค่นี้เอง ออกกำลังกายก็ไม่ค่อยได้ออก ก็เห็นมันอยู่แถวๆนี้ ไม่ไปไหน ไม่ต้องทรมานเคร่งเครียดมากไป มันจะทำให้กดดันจ้า
ไม่น่าจะยากเกินใจตั้งไหวน่ะคับ..
มีคนช่วยเยอะๆก็ดีเหมือนกันนะครับ แล้วก็มีการ commit กับสาธารณะเอาไว้ด้วยนี่ ก็ต้องยิ่งทำให้ได้ครับ .. ^_^
ีรูปนี้ดูผอมกว่าตอนเจอที่สยามอีก ถ่ายเมื่อไหร่ครับ
รูปนี้ถ่ายในงาน Fat Festival ปีที่แล้วครับ
โห…นี่มันสูตรเดียวกับพวกนักกล้ามเลยนี่หว่า
ทั้งตารางออกกำลัง+กิน
จริงๆคือเค้าก็วางถูกต้องแล้วนิ
อย่าไปแหกกฎล่ะ
รูปนี้คุ้นๆนะ..ฮา